
คลินิกเด็ก นครสวรรค์
แพทย์มัลลิกา
ดูแลเด็กอย่างเข้าใจ
ในทุกช่วงวัย
คลินิกเด็ก นครสวรรค์ ดูแลสุขภาพเด็กตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงวัยรุ่น ทั้งการตรวจรักษาโรคทั่วไป การติดตามการเจริญเติบโตและพัฒนาการ รวมถึงเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน โดยกุมารแพทย์
แพทย์หญิงมัลลิกา ฤทธิ์ทอง
กุมารแพทย์
การศึกษาและการฝึกอบรม
แพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยขอ นแก่น
วุฒิบัตรแสดงความรู้ความเชี่ยวชาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม
สาขากุมารเวชศาสตร์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
ปัจจุบัน
กุมารแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์อนามัยที่ 3 (โรงพยาบาลแม่และเด็ก) นครสวรรค์
ประสบการณ์การทำงาน
กุมารแพทย์ โรงพยาบาลกำแพงเพชร
ประสบการณ์ด้านการดูแลทารกแรกเกิดและการพัฒนาระบบบริการสุขภาพทารกแรกเกิดระดับจังหวัดและเขตสุขภาพที่ 3
ประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยเด็กในคลินิกกุมารเวชกรรม จังหวัดกำแพงเพชร
ประสบการณ์ด้านการสอน
คณาจารย์แพทย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์
ศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลกำแพงเพชร

ติดต่อเรา
ที่ตั้ง
คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์แพทย์มัลลิกา
อ.เมือ งนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ 60000
โทรศัพท์
คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์แพทย์มัลลิกา
เวลาทำการ
จันทร์-ศุกร์ 17:00-19:30 น.
เสาร์-อาทิตย์ ปิด
บริการของคลินิก

คลินิกเด็กแพทย์มัลลิกา นครสวรรค์
ให้บริการตรวจรักษาและดูแลสุขภาพเด็ก
โดยกุมารแพทย์
ตั้งแต่ทารกแรกเกิด เด็กเล็ก
เด็กโต จนถึงวัยรุ่น
• ตรวจรักษาโรคเด็กทั่วไป
ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจครืดคราด หอบ อาเจียน ท้องเสีย ปวดท้อง และโรคติดเชื้อในเด็ก
• ดูแลทารกและเด็กเล็ก
ประเมินการกินนม น้ำหนัก การเจริญเติบโต พัฒนาการ และอาการผิดปกติในทารกและเด็กเล็ก โคลิค ร้องกวน ตรวจสุขภาพทารกแรกเกิดและตรวจสุขภาพตามวัย และให้คำแนะนำในการดูแลทารกและเด็ก
• พ่นยาในเด็ก
บริการพ่นยาสำหรับเด็กตามข้อบ่งชี้และการประเมินของกุมารแพทย์
• รักษาโรคทางเดินหายใจในเด็ก
ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ RSV โควิด ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ เยื่อบุจมูกอักเสบ หายใจมีเสียงหวีด หลอดลมไว และอาการทางเดินหายใจในเด็ก
• ล้างจมูก ดูดน้ำมูก และดูดเสมหะในเเด็ก
สำหรับเด็กที่มีน้ำมูกหรือเสมหะ โดยประเมินความเหมาะสมก่อนทำหัตถการโดยกุมารแพทย์
• รักษาโรคภูมิแพ้และหอบหืดในเด็ก
ภูมิแพ้จมูก เยื่อบุตาอักเสบภูมิแพ้ น้ำมูกเรื้อรัง ไอเรื้อรัง นอนกรน ต่อมอะดีนอยด์โต หอบหืด หลอดลมไว และโรคภูมิแพ้ในเด็ก ส่งตรวจเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้ เช่น ตรวจสารก่อภูมิแพ้ Specific IgE ตรวจเอกซเรย์
• รักษาโรคทางเดินอาหารในเด็ก
ท้องผูก ท้องเสีย ลำไส้อักเสบ อาหารเป็นพิษ
• ผื่นและโรคผิวหนังในเด็ก
ผื่นคัน ผด ผิวแห้ง ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ พุพอง ผื่นผ้าอ้อม ผื่นเชื้อรา และปัญหาโรคผิวหนังในเด็ก
• ตรวจหาเชื้อและตรวจคัดกรองโรคติดเชื้อในเด็ก
ตรวจหาเชื้อโรคทางเดินหายใจ 10 เชื้อ : ไข้หวัดใหญ่ Influenza A, B โควิด RSV hMPV Adenovirus Parainfluenza Mycoplasma Rhinovirus Bocavirus
รวมถึงตรวจไข้เลือดออก Dengue NS1 IgG IgM ตามอาการและข้อบ่งชี้
• วัคซีนเด็ก
วัคซีนตามวัย วัคซีนทางเลือก วัคซีนเสริม ครบถ้วน เช่น วัคซีนรวมชนิดไข้และผลข้างเคียงต่ำ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนนิวโมคอคคัส (PCV) วัคซีนมือเท้าปากจากเชื้อ EV71 และภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV
รักษาโรคภูมิแพ้ในเด็ก
เด็กที่มีอาการคัดจมูก น้ำมูกเรื้อรัง จาม คันจมูก คันตา ไอเรื้อรังหรือเป็นๆหายๆ ไอกลางคืน นอนกรน หรือหายใจมีเสียงหวีด อาจเป็น ภูมิแพ้ หรือมีปัญหาของระบบทางเดินหายใจร่วมด้วย
คลินิกให้บริการ
- ตรวจประเมินโดยกุมารแพทย์
- วางแผนการรักษาและติดตามอย่างต่อเนื่อง
- พิจารณาตรวจสารก่อภูมิแพ้ Specific IgE เพิ่มเติมหากมีข้อบ่งชี้ เพื่อให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน

บริการพ่นยาในเด็ก
เด็กที่มีอาการไอ หายใจครืดคราด หายใจเสียงหวีด หอบเหนื่อย หายใจไม่สะดวก ไม่จำเป็นต้องพ่นยาทุกราย การพ่นยาควรเลือกตามสาเหตุและข้อบ่งชี้ของเด็กแต่แต่ละคน
กุมารแพทย์จะตรวจประเมินอาการและระบบทางเดินหายใจก่อน เพื่อพิจารณาการรักษาที่เหมาะสม โดยพิจารณาพ่นยาในกรณี เช่น
หายใจมีเสียงหวีด (Wheezing)
โรคหอบหืดในเด็ก (Asthma)
ภาวะหลอดลมไวหรือหลอดลมหดเกร็ง (Hyperreactive airway/Bronchispasm)
ครูป (Croup)
การติดเชื้อทางเดินหายใจที่มีหลอดลมหดเกร็งหรือตีบแคบ
ยาพ่นแต่ละชนิดมีวัตถุประสงค์ต่างกัน เช่น ช่วยขยายหลอดลม ลดหลอดลมหดเกร็ง ลดการอักเสบ หรือช่วยลดการบวมของทางเดินหายใจส่วนบน กุมารแพทย์จะพิจารณาเลือกชนิดยาและวิธีพ่นให้เหมาะสมกับอาการเด็กแต่ละราย

คลินิกให้บริการ
- ตรวจประเมินและรักษา โดยกุมารแพทย์
- มีบริการพ่นยาในเด็กเมื่อมีข้อบ่งชี้
ดูดน้ำมูกและเสมหะในเด็ก
เด ็กที่มีน้ำมูก เสมหะ หรือมีเสียงครืดคราด ไม่จำเป็นต้องดูดน้ำมูกและเสมหะด้วยเครื่องดูดทุกครั้ง การดูดจะช่วยนำน้ำมูก เสมหะ ที่มีอยู่ในขณะนั้นออก แต่ในช่วงที่โรคยังดำเนินอยู่ ร่างกายจะยังสามารถสร้างน้ำมูกและเสมหะขึ้นใหม่ได้
กุมารแพทย์จะตรวจประเมินก่อนว่าการช่วยเคลียร์น้ำมูกหรือเสมหะด้วยเครื่องจะเป็นประโยชน์กับเด็กหรือไม่ เช่น
• มีน้ำมูกหรือเสมหะจำนวนมาก รบกวนการหายใจ
• รบกวนการกินหรือดูดนม โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
• เด็กยังเคลียร์น้ำมหรือเสมหะได้ไม่ดี
• กุมารแพทย์ประเมินแล้วเห็นว่ามีข้อบ่งชี้ในการช่วยเคลียร์น้ำมูกและเสมหะ
เมื่อจำเป็นต้องทำ คลินิกเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับเด็ก มีส่วนสัมผัสที่อ่อนนุ่ม พร้อมควบคุมแรงดูดให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการดูดลึกหรือทำซ้ ำเกินความจำเป็น เพื่อลดการระคายเคืองและการบาดเจ็บของเยื่อบุ โดยหัตถการดำเนินการโดยแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพ
เป้าหมายเพื่อช่วยเคลียร์สารคัดหลั่ง น้ำมูก เสมหะ โดยทำตามข้อบ่งชี้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้เด็กหายใจ กินนม และพักผ่อนได้สบายขึ้น การดูดเกินความจำเป็นอาจเกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุและสร้างความไม่สุขสบายให้กับเด็กได้
การดูแลต่อเนื่องที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเคลียร์น้ำมูกต่อที่บ้านได้ผ่านคำแนะนำของกุมารแพทย์และพยาบาลวิชาชีพ

คลินิกให้บริการ
- ตรวจประเมินทางเดินหายใจโดยกุมารแพทย์
- บริการดูดน้ำมูกและเสมหะด้วยอุปกรณ์ที่ออกแบบสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV สำหรับเด็ก
คลินิกเด็กแพทย์มัลลิกา นครสวรรค์ มีบริการ ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV สำหรับเด็ก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ RSV ที่รุนแรง โดยเฉพาะในเด็กเล็กและเด็กที่มีความเสี่ยง
ใครบ้างที่เหมาะสม?
ฤดูกาล RSV แรกของน้อง
• เด็กแข็งแรงดี อายุ ไม่เกิน 8 เดือน
แนะนำให้ได้รับ
• เด็กแข็งแรงดี อายุ มากกว่า 8-12 เดือน
สามารถพิจารณาได้
• เด็กกลุ่มเสี่ยง อายุ ไม่เกิน 12 เดือน
แนะนำให้ได้รับ
กลุ่มเสี่ยง ได้แก่
เด็กที่มีโรคปอดเรื้อรังจากการคลอดก่อนกำหนด (BPD)
ภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง
Cystic fibrosis ชนิดรุนแรง
โรคหัวใจพิการแต่แต่กำเนิดที่ที่ยังมีผลต่อการไหลเวียนเลือด

บทความและสาระน่ารู้

ความรู้สุขภาพสำหรับผู้ปกครอง
ลูกหายใจครืดคราด ต้องดูดน้ำมูกทุกครั้งไหม?
เสียงหายใจครืดคราดในเด็กเล็กเป็นปัญหาที่พบบ่อยและสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มาก แต่ความจริงแล้วเสียงเหล่านี้อาจมาจากหลายตำแหน่ง ซึ่งมีวิธีดูแลที่แตกต่างกันออกไป
เสียงที่มาจากจมูกและลำคอส่วนต้น มักเกิดจากน้ำมูกหรือสารคัดหลั่งในจมูกและคอ หรือเด็กเล็กที่ช่องจมูกยังแคบ ทำให้ลมหายใจปะทะกับสารคัดหลั่งจนเกิดเสียง กรณีนี้หากลูกยังดูดนมได้ดี ไม่หอบเหนื่อย การช่วยเคลียร์น้ำมูกเท่าที่จำเป็นจะช่วยให้เด็กสบายตัวขึ้น
การดูดน้ำมูกด้วยเครื่องดูดไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้งที่มีเสียงครืดคราด กุมารแพทย์แนะนำให้พิจารณาดูดเมื่อมีข้อบ่งชี้ เช่น น้ำมูกมีปริมาณมากจนรบกวนลูกขณะดูดนมหรือกินอาหาร หรือลูกหายใจลำบากและคุณหมอตรวจประเมินแล้วพบว่ามีเสมหะค้างที่ส่วนบนเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม การดูดน้ำมูกโดยไม่จำเป็น อาจทำให้เยื่อบุจมูกระคายเคือง บวม หรืออักเสบได้ ดังนั้นหากอาการไม่รุนแรง การใช้น้ำเกลือหยดหรือล้างจมูกตามวัยก็เพียงพอแล้ว หากลูกเริ่มมีอาการหอบเหนื่อย ซี่โครงบุ๋ม หรือหายใจเร็ว ควรรีบพาลูกพบกุมารแพทย์ทันที

ความรู้สุขภาพสำหรับผู้ปกครอง
ลูกกินนมน้อยตอนป่วย อันตรายไหม?
เมื่อลูกป่วย เด็กอาจเบื่ออาหารหรือกินนมน้อยลง โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้ไอ น้ำมูก หรือไม่สบายตัว สิ่งที่สำคัคือสังเกตว่าลูกยังได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ และมีสัญญาณของการขาดน้ำหรืออาการผิดปกติอื่นร่วมด้วยหรือไม่
แบบไหนที่ยังเฝ้าดูอาการได้ ?
หากลูกยังกินนมหรือดื่มได้เป็นระยะ ยังร่าเริงพอสมควร และปัสส าวะได้ใกล้เคียงปกติ โดยไม่มีอาการขาดน้ำ มักสามารถดูแลและสังเกตอาการต่อที่บ้านได้
สัญญเตือนที่ควรพาเด็กพบแพทย์
1. ซึมลง หรือกระสับกระส่ายมากผิดปกติ
2. ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้มีน้ำตาน้อย
3. ปัสสาวะน้อยลงหรือมีสีเข้ม
4. อาเจียนมาก อาเจียนหลายครั้ง กินนมหรือน้ำไม่ได้หรือน้อยลง
5. หายใจเร็ว หายใจหอบเหนื่อย หรือเหนื่อยจนกินนมไม่ได้
ดูแลเบื้องต้นอย่างไร ?
ให้ลูกกินนมหรือดื่มน้ำทีละน้อยแต่บ่อยขึ้น และสังเกตปริมาณปัสสาวะ ความร่าเริง และอาการขาดน้ำ หากกินได้น้อยลงมาก มีสัญญาณเตือน หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรพาเด็กพบแพทย์เพื่อประเมิน
วัคซีนเด็กตามวัย



1 เดือน
วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (HBV) สำหรับทารกที่คุณแม่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี
2-6 เดือน
วัคซีนรวม 6 โรค คอตีบ บาดทะยัก ไอกรนชนิดไร้เซลล์ ตับอักเสบบี ฮิบ โปลิโอ (DTaP-HB-Hib-IPV) และวัคซีนโรต้า (Rotavirus)
9-12 เดือน
วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR)
และวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE)

18 เดือน
วัคซีนรวม 5 โรค คอตีบ บาดทะยัก ไอกรนชนิดไร้เซลล์ ฮิบ โปลิโอ (DTaP-IPV-Hib) เข็มกระตุ้น
วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) เข็มที่ 2

2 - 2 ปี 6 เดือน
วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) เข็มที่ 2

4-6 ปี
วัคซีนรวม 4 โรค คอตีบ บาดทะยัก ไอกรนชนิดไร้เซลล์ โปลิโอ (DTaP-IPV) เข็มกระตุ้น

11-12 ปี
วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน (Tdap) เข็มกระตุ้น
วัคซีนเสริมและวัคซีนทางเลือกสำหรับเด็ก
วัคซีนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเสริมการป้องกันโรค โดยพิจารณาให้เหมาะกับอายุ สุขภาพ และความเสี่ยงของเด็กแต่ละคน

วัคซีนนิวโมคอคคัส (ไอพีดี)
อายุ: 2 เดือนขึ้นไป
คลินิกให้บริการวัคซีน PCV ชนิด 20 สายพันธุ์ (PCV 20) ช่วยป้องกันโรคจากเชื้อนิวโมคอคคัส ช่วยป้องกันโรครุนแรง เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุมสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือดจากเชื้อนิวโมคอคคัส
จำนวนเข็มพิจารณาตามอายุ
เด็กที่เริ่มฉีดที่ อายุ 2 เดือน: ฉีด 4 เข็ม อายุ 2,4,6 และ 12-15 เดือน
เริ่มฉีดที่อายุมากกว่า 2 เดือน คุณหมอจะพิจารณาตามเกณฑ์อายุและประวัติโรคปรำจำตัว

วัคซีนไข้หวัดใหญ่
อายุ: 6 เดือนขึ้นไป
คลินิกให้บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป จนถึงผู้ใหญ่ ช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน แนะนำให้รับวัคซีนเป็นประจำทุกปี

วัคซีน มือ เท้า ปาก EV71
อายุ: 6 เดือน - 5 ปี
คลินิกให้บริการวัคซีนป้องกัน โรคมือ เท้า ปาก จากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) ช่วยลดความเสี่ยงของโรครุนแรงจากเชื้อ EV71 ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1 เดือน

วัคซีนตับอักเสบเอ
อายุ: 1 ปีขึ้นไป
คลินิกให้บริการวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ ช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ ซึ่งติดต่อผ่านอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน
ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6-12 เดือน

วัคซีน หัด คางทูม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส
อายุ: 1 ปี และ 18 เดือน
คลินิกให้บริการวัคซีนรวม หัด คางทูม หัดเยอรมัน และอีสุกอีใส ในเข็มเดียว ช่วยลดจำนวนเข็มจากการฉีดวัคซีน หัด คางทูม หัดเยอรมัน และวัคซีนอีสุกอีใสแยกกัน สามารถเลือกใช้เป็นวัคซีนทางเลือกในช่วงอายุ 12 เดือน หรือ 18 เดือน

วัคซีนอีสุกอีใส
อายุ: 1 ปีขึ้นไป
คลินิกให้บริการวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ช่วยลดความมลเสี่ยงการติดเชื้อและการเกิดโรครุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน แนะนำให้ได้รับ 2 เข็มตามช่วงอายุที่เหมาะสม
และสามารถพิจารณาให้วัคซีนหลังสัมผัสผู้ป่วยอีสุกอีใส ในคนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันควรให้เร็วที่สุดหลังสัมผัสเชื้อ โดย ภายใน 3 วัน (72 ชั่วโมง) ได้ผลดีที่สุด และยังสามารถพิจารณาให้ ภายใน 3-5 วันหลังสัมผัส เพื่อป้องกันโรคและความรุนแ รง

วัคซีนไข้เลือดออก
อายุ: 4 ปีขึ้นไป
คลินิกให้บริการวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ทั้งผู้ที่เคยเป็นและไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคและการเจ็บป่วยรุนแรง ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน

วัคซีนเอชพีวี (HPV)
อายุ: 9 ปีขึ้นไป
คลินิกให้บริการวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ สำหรับทุกเพศ ช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV ที่สัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกและโรคอื่นๆ จากเชื้อ HPV
เริ่มฉีดที่อายุ 9-14 ปี: 2 เข็ม
เริ่มฉีดที่อายุ 15 ปีขึ้นไป: 3 เข็ม