ลูกหายใจครืดคราด ต้องดูดน้ำมูกทุกครั้งไหม?

ลูกหายใจครืดคราด
ต้องดูดน้ำมูกทุกครั้งไหม?

เด็กเล็กมีทางเดินหายใจขนาดเล็ก และยังจัดการกับน้ำมูกและเสมหะได้ไม่ดีเท่าเด็กโต
เวลามีน้ำมูกคัดอยู่บริเวณจมูกและคอ จึงอาจได้ยินเสียงครืดคราดเวลาหายใจ และบางครั้งเสียงจากด้านบนสามารถดังลงมาให้ได้ยินบริเวณหน้าอกได้ ทั้งที่เมื่อฟังปอดส่วนล่างยังโล่ง
ในเด็กบางคน เสียงที่ได้ยินอาจมาจากหลอดลมหรือปอดจริง ๆ ซึ่งต้องประเมินร่วมกับลักษณะการหายใจและอาการอื่นของเด็ก
เพราะฉะนั้น ได้ยินลูก หายใจครืดคราด ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนต้องได้รับการดูแลแบบเดียวกัน
การดดูดน้ำมูกและเสมหะ
ในทารกและเด็กเล็ก

ทารกและเด็กเล็กยังเคลียร์น้ำมและเสมหะเองได้ไม่ดีนัก หากมีน้ำมูกหรือเสมหะบริเวณจมูกและคอมากจนรบกวนการหายใจ การกินนม หรือการนอน บางครั้งอาจจำเป็นต้องช่วยดูดออก
การดูดน้ำมูกและเสมหะที่เหมาะสมในทารกและเด็กเล็ก
หากประเมินแล้วว่าจำเป็นต้องช่วยดูด ควรเลือกอุปกรณ์ วิธีการ และระยะเวลาที่เหมาะกับเด็ก ทำเท่าที่จำเป็น เพื่อช่วยให้หายใจโล่งขึ้น โดยไม่รบกวนน้องมากเกินไป
หลังท ำควรประเมินซ้ำว่า น้องหายใจสบายขึ้นไหม และยังมีอาการหรือเสียงผิดปกติที่ต้องดูแลต่อหรือไม่
เมื่อไหร่ควรพาลูกมาพบแพทย์
ควรพาลูกมาพบแพทย์ หากมีอาการร่วมที่น่ากังวล เช่น
• หายใจเร็ว หอบ หรือใช้แรงหายใจมากขึ้น
• หน้าอกหรือชายโครงบุ๋มขณะหายใจ
• จมูกบาน หรือดูหายใจลำบาก
• ดูดนมหรือกินได้น้อยลง
• ซึมลง ไม่ค่อยเล่น หรือดูไม่เหมือนปกติ
• ริมฝีปากหรือผิวหนังเขียวคล้ำ
• หรือผู้ปกครองรู้สึกว่าการหายใจของของลูกผิดไปจากเดิมโดยเฉพาะทารกและเด็กเล็ก หากไม่แน่ใจควรให้แพทย์ประเมิน